จะเห็นว่าการเรียนดนตรีกู่เจิง (pinyin: gǔzhēng) นั้นไม่เพียงให้ความไพเราะ และยังเป็นการเสริมสร้างสมาธิที่ดีสำหรับเยาวชนและผู้ที่สนใจในเครื่องดนตรี แต่ดนตรีกู่เจิง ถือเป็นเครื่องดนตรีโบราณที่ยังคงกลิ่นอายแห่งความเป็นวัฒนธรรมจีน ที่ยังคงความนุ่มนวล สุขุมลุ่มลึก อ่อนหวาน สุภาพอ่อนโยน ดั่งเป็นตัวแทนแห่งนักปราชญ์โบราณ ไว้ได้อย่างแนบแน่น อีกทั้งยังผสมผสานกับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว กล่าวคือวัฒนธรรมจีนโบราณ ร่วมสมัยโลกาภิวัตน์ก็ว่าได้ ดังนั้นบทเรียนและบทเพลงทั้งหลาย ไม่ว่าท่วงทำนอง หรือ น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ของเครื่องดนตรีกู่เจิงที่เป็นเครื่องดนตรีแห่งบรรพกาลนี้ก็ยังคงเดินทางจากกาลเวลาอดีตสู่ยุคปัจจุบัน การเล่าขานถึงเรื่องราวต่าง ๆ ดุจดังเครื่องบันทึกประวัติศาสตร์ที่เป็นการบันทึกรหัสบนตัวโน้ตและ การอ่านรหัสบันทึกนี้ด้วยสายเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีกู่เจิง ที่สะท้อนความเป็นวัฒนชาติพันธุ์มังกรไว้อย่างมิเสื่อมคลาย ดังนั้น ผู้ที่สนใจใคร่รู้ก็ควรที่จะศึกษาทำความเข้าใจ และรู้เสียก่อนว่า เรากำลังเรียนเครื่องดนตรีที่มีอายุผ่านกาลเวลาและเป็นเครื่องดนตรีที่มีความซับซ้อนในตัว และมีเทคนิควิธีที่มีการพัฒนาให้ร่วมยุคล้ำสมัยตลอดเวลา เครื่องดนตรีชนิดนี้ถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่ไม่ซับซ้อนเท่าไรนัก ไม่มีเครื่องกล หรือกระเดื่องที่ช่วยในการผ่อนแรงอันใดเลย ดังนั้น คนเล่นต้องซับซ้อนเทคนิควิธี สมาธิ และความตั้งใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้รักและตั้งใจเรียน จึงขอฝากบทความและข้อคิด ซึ่งเป็นบทสัมภาษณ์จากนิตยสาร โดยมีเนื้อหาสาระท่านอาจารย์หลี่หยาง ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสาระประโยชน์ และควรทำความเข้าใจให้ดีก่อนที่จะเรียน เพราะเมื่อเราตั้งใจเรียนและตั้งใจแล้ว คราวนี้ ครูผู้สอนก็จะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ที่ตนมีอยู่สอดประสานเรียงร้อยไว้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และบรรเลงอย่างถูกต้องต่อไป ... 下面是中文
学习古筝不仅能带来优美动听的旋律,还能为青少年和对乐器感兴趣的人培养良好的专注力。古筝作为一种古老的乐器,至今仍保留着中国文化的韵味,它具有温柔、沉稳、内敛、甜美、优雅的特质,仿佛是古代贤哲的代表,同时又与现代完美地融合。可以说,它是古代中国文化与全球化时代的融合。
所有的古筝曲目,无论其旋律还是独特的音色,从古至今,这种源自远古的古筝乐器,如同历史记录仪般讲述着各种故事,将历史记录在音符之上,并以古筝独有的声线来解读这些记录,永恒地反映着中华民族的文化特性。
因此,所有感兴趣、渴望了解的人,都应该事先学习和理解:我们正在学习的是一种经历了漫长岁月,且本身具有内在复杂性的乐器,其技法也在不断发展以保持与时俱进。
这种乐器本身并不算太过复杂,没有任何机械装置或踏板来辅助省力。因此,对于热爱并下定决心学习的人来说,演奏者必须依靠复杂的技法、专注力和决心,这是至关重要的。
因此,在此分享这篇文章和思考,它取材于李杨老师接受杂志采访时所谈的精髓。在开始学习古筝之前,应该有所了解。因为一旦我们下定决心学习,授课老师就会将自己所拥有的知识融会贯通、精心编排,因材施教,传授给学生,以便学生能够正确地学习和演奏。
แนวคิด ปรัชญา และแนวทางการสอนกู่เจิงของอาจารย์หลี่หยาง นั้น มีความโดดเด่นทั้งในด้านการสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิม การประยุกต์เทคนิคให้เป็นสากล และการสร้างองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับการเผยแพร่ในประเทศไทย โดยเฉพาะการผสมผสานดนตรีจีนกับดนตรีไทย
ปรัชญาในการบรรเลง
อาจารย์หลี่หยาง ได้รับการสืบทอดการบรรเลงกู่เจิงจากอาจารย์ในประเทศจีนมานานกว่า 20 ปี ทำให้ท่านได้รับทั้ง ภูมิปัญญาเดิม และได้ประยุกต์วิธีการบรรเลงให้มีความทันสมัย และสะดวกในการบรรเลงและการถ่ายทอด
คุณภาพของเสียง: อาจารย์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของ คุณภาพของเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักดนตรีทุกคนควรตระหนักถึง
การใช้ความเปรียบกับ "การหายใจ" (Breathing): อาจารย์เน้นว่าเวลาเล่น ต้องจับจังหวะเปรียบดังการ "หายใจ" โดยผู้เล่นต้องรู้ว่า ประโยค (Phrasing) ดนตรีนั้นคือจากจุดไหนถึงจุดไหน เหมือนกับการพูดที่ต้องมีการเว้นช่องหายใจ
การพัฒนาเทคนิคสมัยใหม่: ท่านได้พัฒนาเทคนิคการเล่น โดยปัจจุบันการเล่นกู่เจิงต้อง ใช้นิ้วครบทั้งสิบนิ้วในการบรรเลง และได้มีการพัฒนาจนถึงขั้นที่ใช้ สองมือเล่นเหมือนเปียโน ซึ่งคล้ายกับการเล่นโน้ตแบบ 3 หรือ 4 พาร์ตในระดับยาก
แนวคิดในการตีความและการเรียบเรียงเพลงไทย
อาจารย์หลี่หยาง มีความสามารถในการ จดจำเพลงที่ได้ยิน และนำเพลงนั้นมาเรียบเรียงในแบบกู่เจิง โดยยังคงแฝงไว้ซึ่ง ธรรมชาติของเพลงนั้น การเรียบเรียงเพลงไทยนั้นเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรม
การตีความอารมณ์เพลง
ก่อนที่จะเรียบเรียงเพลงใด ๆ อาจารย์จะให้ความสำคัญกับการ ทำความเข้าใจและตีความอารมณ์ของเพลง
สำหรับเพลงไทยนั้น จะต้อง รู้สำเนียง รู้ภาษา และรู้ความรู้สึกของเพลงไทย ก่อน
เมื่อได้ฟังเพลงไทยแล้ว ก็จะตีความอารมณ์ของเพลงนั้น เช่น เพลง "เต้ยโขง" ท่านมีความรู้สึกว่าเป็นเพลงที่ สนุกสนาน ร่าเริง ฟังแล้วอยากยิ้ม หรือรู้สึกอยากเคลื่อนไหวร่างกายตาม
แนวทางการเรียบเรียงเพลง
อาจารย์หลี่หยาง ได้นำเพลงไทยประเภทต่าง ๆ มาเรียบเรียงสำหรับกู่เจิง เช่น เพลงไทยเดิม เพลงไทยลูกกรุง เพลงไทยลูกทุ่ง และ เพลงประจำท้องถิ่น
การคงแก่นทำนอง: ในเพลงที่เรียบเรียง ทำนองหลักยังคงแบบของเพลงไทยไว้
การสร้างความหลากหลายทางอารมณ์: เนื่องจากเพลงไทยเดิมมีความสั้น ท่านจึงนำมาปรับให้ บรรเลงหลายรอบ โดยแต่ละรอบจะมี อารมณ์แตกต่างกันไป ตามการใส่เทคนิคของกู่เจิง, ความช้า-เร็ว, ความดัง-เบา, และแนวประสาน
การไล่ความเร็ว: ใช้การบรรเลงโดย เพิ่มความเร็วในแต่ละท่อน ขึ้นไปจนเร็วที่สุดในท่อนสุดท้าย
อาจารย์หลี่หยาง ได้พำนักและเผยแพร่กู่เจิงในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี จนกลายเป็นหนึ่งใน ต้นแบบและเป็นผู้เผยแพร่กู่เจิงในประเทศไทยจนแพร่หลาย
การเริ่มต้นที่ถูกต้อง: ท่านเน้นย้ำว่า การเรียนดนตรีกู่เจิงควรเริ่มเรียนด้วยวิธีที่ถูกต้อง หากเริ่มเล่นมาแบบผิด ๆ ตั้งแต่ต้นแล้ว การปรับเปลี่ยนภายหลังจะทำได้ยากมาก
การเปรียบผู้เรียน: ท่านกล่าวว่า ผู้ใหญ่หรือเด็กก็เรียนได้ ขอแค่ให้มาแบบไม่เคยเรียนมาก่อนจะเป็นการดีที่สุด เหมือน "ผ้าขาว" ที่เราจะระบายสีอย่างไรก็ได้
การฝึกพื้นฐาน: ในการสอนนั้น ต้องหัด ท่าการเล่นก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ
ผู้เรียนต้องไม่เกร็งและรู้สึกสบายมากที่สุด
ต้องฝึกวางมือ โดย ทำมือเหมือนกำลังถือผลส้มอยู่
เคลื่อนมือขึ้นลงเหมือนกำลังตีลูกบอล สลับมือซ้ายขวาทีละข้าง แล้วรวมมือพร้อมกับการสอดแทรกลีลาของมือและลำตัว
การสร้างหลักสูตรเฉพาะสำหรับคนไทย: อาจารย์หลี่หยางได้สร้าง หลักสูตรสำหรับการฝึกหัดบรรเลงกู่เจิงสำหรับคนไทย ไว้หลายหลักสูตร
ตำราหลัก: ได้เขียน คู่มือการเล่นกู่เจิง (พิณจีน) จำนวน 7 เล่ม ไล่ตั้งแต่ระดับง่ายไปจนถึงระดับยากมาก
เนื้อหาตำรา: ภายในเล่มมีเนื้อหาเกี่ยวกับการแนะนำเครื่องดนตรี การอ่านโน้ต สัญลักษณ์ต่างๆ เทคนิควิธีการบรรเลง ตลอดจนโน้ตเพลงสำหรับฝึกบรรเลงกู่เจิง ซึ่งมีทั้ง เพลงจีน เพลงไทย และเพลงสากลที่เรียบเรียงไว้
ตำราเสริม: มี โน้ตเพลงสำหรับดนตรีจีนโบราณ (กู่เจิง) อีก 3 เล่ม ใช้สำหรับสอนเสริมจากคู่มือหลัก
李扬老师的古筝教学理念、哲学和方法,在传承传统智慧、普及应用技巧、以及建立适合在泰国传播的知识体系方面都非常杰出,尤其是将中国音乐与泰国音乐的融合。
1. 演奏哲学
李杨老师在中国跟随多位各家各派的古筝老师学习各种风格的传统曲子及演奏技巧,这使她不仅继承了传统各家各派的演奏技巧,也应用和调整了演奏手法,使其更加现代化,方便演奏和传授。
音质 (Quality of Sound): 老师极其重视音质,这是所有音乐家都应该注意的关键点。
以“呼吸”为喻 (Using "Breathing" as a Metaphor): 老师强调,演奏时捕捉节奏应如同**“呼吸”**一般。演奏者必须知道乐句 (Phrasing) 从哪里开始到哪里结束,就像说话需要停顿换气一样。
现代技巧的发展 (Development of Modern Techniques): 她发展了演奏技巧,目前古筝演奏要求十个手指全部参与,并且已经发展到双手像弹钢琴一样演奏的水平,这类似于演奏难度较高的三声部或四声部乐谱。
2. 泰国民歌的诠释与编曲理念
李扬老师有能力记住听到的歌曲,并将其改编成古筝版本,同时保留着歌曲原有的特质。改编泰国民歌是她传播文化的重要策略。
歌曲情感的诠释 (Interpretation of Song Emotion)
在改编任何歌曲之前,老师都十分重视理解和诠释歌曲的情感。
对于泰国民歌,首先必须了解泰国民歌的腔调、语言和情感。
编曲方法 (Arrangement Guidelines)
李扬老师将各种类型的泰国民歌改编用于古筝演奏,例如泰国古典音乐(เพลงไทยเดิม)、泰式城市情歌(เพลงไทยลูกกรุง)、泰国民谣(เพลงไทยลูกทุ่ง)和地方歌曲。
保留核心旋律: 在改编的歌曲中,主旋律仍然保留了泰国民歌的风格。
创造情感的多样性: 由于泰国古典音乐通常较短,因此她将其调整为多次演奏,每一遍都通过加入古筝技巧、调整快慢、强弱和和声走向等,展现不同的情感。
速度递进: 演奏时采用逐段加快速度的方式,直到最后一段达到最快的速度。
3. 教学方法与课程设置
李扬老师在泰国居住和推广古筝三十多年,成为古筝在泰国普及和教学的典范之一。
正确的开始 (The Right Start)
她强调,学习古筝必须从正确的方法开始。如果一开始就养成了错误的弹奏习惯,之后要改正会非常困难。
对学习者的比喻 (Analogy for Students)
她认为成人或儿童都可以学习,但最好是从未学过的人。就像**“一张白纸”**,我们可以随意在上面描绘色彩。
基础训练 (Fundamental Training)
在教学中,必须首先练习演奏姿势。
学习者必须放松,感到最舒适。
必须练习手部放置:手形要像握着一个橙子。
手臂上下移动要像在拍打一个球,左右手交替,然后双手一起,同时融入手部和身体的韵律。
专为泰国人设计的课程 (Creating a Specific Curriculum for Thai People)
李扬老师为泰国人创建了多套古筝演奏练习课程。
主要教材: 编写了7 册《古筝(中国拨弦乐器)演奏手册》,难度从易到难。
教材内容: 书中内容包括乐器介绍、读谱、各种符号、演奏技巧,以及供练习演奏的乐谱,其中包含改编的中国乐曲、泰国民歌和世界名曲。
补充教材: 另有3 册《中国传统音乐(古筝)乐谱》,用作主要教材的补充教学。
รูปแบบการบรรเลงกู่เจิง
กู่เจิง (Gǔzhēng) เป็นเครื่องดนตรีโบราณของจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,500 ปี ด้วยความกว้างใหญ่ของประเทศจีนและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ทำให้เกิด "สำนัก" (School) หรือ "รูปแบบการเล่น" (Regional Style) ของกู่เจิงที่หลากหลาย รูปแบบดั้งเดิม ( Traditional Style) มีลักษณะเด่นและเทคนิคเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาคหลักๆ โดยรูปแบบที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมีดังนี้
1. แบบแต้จิ๋ว 潮州 (Chaozhou) มีลักษณะเสียงอ่อนโยน ช้า เน้นความไพเราะของเสียง (Qing Yue) ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่าเรื่องราวหรือบรรยายภาพทิวทัศน์ริมน้ำ เทคนิค "การกดสายคู่แปด" (คู่ 8): ใช้หัวแม่มือกดสายคู่กันเพื่อสร้างคู่แปดที่เป็นลักษณะเฉพาะ, เน้นการใช้ปลายนิ้ว (นิ้วชี้และหัวแม่มือ) เป็นหลัก, มีลูกเอื้อนที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน
2. แบบแคะ 客家 / ฮากกา (Kejia/Hakka) รูปแบบการใช้เสียงและทำนองที่ สง่างาม เข้มแข็งกว่าแต้จิ๋ว สะท้อนถึงชีวิตของชนกลุ่มที่ต้องอพยพและตั้งรกรากใหม่ มีการใช้เทคนิคกดสายและสั่นสายที่คล้ายกับแต้จิ๋ว แต่มี ลีลาที่หนักแน่นและตรงไปตรงมากว่า
กวางตุ้งเป็นที่ตั้งของกลุ่มชนสำคัญ เช่น แต้จิ๋ว (Cháozhōu) และ แคะ (Kèjiā / Hakka) ซึ่งมีรูปแบบการเล่นที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นในการใช้มือซ้ายเพื่อการตกแต่งเสียง การสั่นสาย (Vibrato) และการเลื่อนเสียง (Pitch Slide) อย่างละเอียดอ่อน
3. แบบซานตง (Shandong / 山东 Shāndōng) / 汉宫秋月 (Hàn Gōng Qiū Yuè)
เป็นสไตล์ดนตรีจากภาคเหนือที่ได้รับอิทธิพลจากดนตรีพื้นบ้าน เพลงงิ้ว และวงดนตรีเป่าของมณฑลซานตง
ซานตง ซานซี (Shandong) มีทำนองคึกคัก หนักแน่น และมีชีวิตชีวา จังหวะมักเร็วและแข็งแรง ให้ความรู้สึกรื่นเริงและกล้าหาญ เทคนิคการ "รัวเร็ว" (Quick Sweep) และการใช้มือขวาอย่างเข้มข้น: เน้นการดีดโน้ตซ้ำๆ หรือการรัวสายที่รวดเร็วและหนักแน่น, มีการใช้เทคนิคพิเศษของมือขวาในการถ่ายทอดเสียงที่ดังและคมชัด เน้นการใช้ การกรีดนิ้ว (Glissandi - Hua) ตามจังหวะที่แม่นยำ และการใช้หัวแม่มืออย่างมีพลัง
4. แบบเหอหนาน (Henan / 河南 Hénán) / 高山流水 (Gāoshān Liúshuǐ)
เป็นสไตล์ที่มีประวัติยาวนานและมีความโดดเด่นทางด้านลีลาการเล่นที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่งของมณฑลในที่ราบภาคกลาง
เหอหนาน (Henan) ใช้เสียงที่สูงและก้องกังวาน มีลีลาที่หยาบแต่เต็มไปด้วยพลัง เน้นการใช้นิ้วมือขวาอย่างหนักแน่น (Forceful fingering) และการเขย่า/สั่นนิ้วหัวแม่มือ (Yaozhi) ที่กว้างและหลากหลาย ให้ความรู้สึกของความเปิดเผยและตรงไปตรงมา
ใช้ "เทคนิคสั่นสายแบบใหญ่" (Big Vibrato): การสั่นสายด้วยมือซ้ายที่หนักหน่วงและกว้าง ทำให้เกิดเสียงเอื้อนที่ทรงพลังและมีเอกลักษณ์ชัดเจน, มักใช้เป็นเพลงบรรยายอารมณ์ที่ลึกซึ้งและยิ่งใหญ่.
5. แบบเจ้อเจียง (Zhejiang / 浙江 Zhèjiāng) / 渔舟唱晚 (Yú Zhōu Chàng Wǎn)
อยู่ในเขตอู๋หลิน (Wulin) ซึ่งเป็นชื่อเดิมของเมืองหางโจว (หังโจว)
เจ้อเจียง (Zhejiang) เสียงเน้นความอ่อนช้อย ละเมียดละไม และมีทำนองที่หรูหรา สงบ เยือกเย็น เทคนิค "การรัวนิ้ว" (Roll/Lun/Yaozhi/Tremolo) ที่ซับซ้อน ยาวนานและพลิ้วไหว (ได้อิทธิพลจากผีผา) และการกรีดนิ้ว (Glissando) ที่เป็นเอกลักษณ์
เจ้อเจียงมีรูปแบบที่พัฒนาเทคนิคการรัวนิ้วเดียว เสียงเดียว ไปจนถึงการรัวคู่ รัวสาม หรือสี่เสียง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้นำเพลงเก่ามาปรับปรุงใหม่ได้ไพเราะยิ่งขึ้น
วิวัฒนาการของดนตรีกู่เจิง ทำให้ปัจจุบัน มีวิธีการเล่นกู่เจิงที่หลากหลายมากขึ้น แบ่งแยกตามภูมิภาคย่อยๆลงไปอีก อาทิ แบบฉิน (Qin / Shănxī)
สำเนียงฉินเป็นสไตล์จากมณฑลซ่านซี ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของกู่เจิง (เดิมเรียกว่า ฉินเจิง) และได้รับอิทธิพลจากเพลงละครร้องท้องถิ่น
ฉิน (Qin) เสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ แสดงออกถึงบุคลิกที่ องอาจ ผึ่งผาย และขยันขันแข็ง ของคนภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีการใช้เทคนิคที่เลียนแบบเสียงร้องของละครพื้นบ้าน (เช่น ละครฉินเชียง) ซึ่งมักจะมีลีลาที่ตื่นเต้นและทรงพลัง
นอกจากนี้ ยังมีวิธีการเล่นแนวสมัยใหม่ แบบดนตรีตะวันตก เทคนิกการใช้มือเล่นโน้ตหลักทั้งมือซ้าย-ขวา ประสานเสียง ทำให้สามารถเล่นโน้ตที่ซับซ้อนและรัวเร็วได้มากขึ้น
..... 下面是中文
古筝 (Gǔzhēng) 是中国的一种古老乐器,拥有超过 2,500 年的历史。由于中国幅员辽阔,且各地具有不同的地域文化,因此形成了多种多样的古筝**“流派” (School)** 或**“地域风格” (Regional Style)**。这些流派在主要区域根据其独特的特点和专门的技巧而有所不同。其中,著名的且广为人知的流派如下:
1. 潮州流派 (Chaozhou Style)
潮州流派的演奏风格温婉柔和、语速缓慢,强调“清越”之美。听起来仿佛在诉说一段往事,或是在描绘一幅江南水乡的风景画。
技术特点: 常用“双八度按弦”技术,即利用大拇指同时按住两条弦以产生独特的八度音响。
演奏手法: 演奏主要集中在指尖(食指和大拇指),其韵律转换(ลูกเอื้อน)复杂且细腻。
2. 客家流派 (Hakka Style)
客家流派在声线和旋律上比潮州流派更显古朴刚健、庄重大方。这种风格反映了客家人历经迁徙、开辟新家园的生活历程。
技术特点: 虽然在按弦和颤弦(Vibrato)技术上与潮州派有相似之处,但其节奏感更强,风格更加沉稳直率。
综述
广东是潮州和客家等重要民系聚居地,这些群体都拥有独特的演奏风格。其共同点在于:极其擅长运用左手进行润腔装饰,通过细腻的颤音 (Vibrato) 和滑音 (Pitch Slide) 展现出鲜明的艺术特色。
这是源自中国北方的一种音乐风格,受到山东的民间音乐、戏曲和吹奏乐团的影响。
山东 (Shandong)
特点: 曲调活泼、扎实、充满生命力,节奏通常快速而强劲,给人一种欢乐和豪迈的感觉。
技巧:
“快速扫弦” (Quick Sweep) 和强有力的右手运用: 强调快速和有力的重复拨弦或快速扫弦。
专注于使用右手特殊技巧来表达响亮而清晰的声音。
注重在精确的节奏下使用**“快速指滑” (Glissandi - Hua),以及有力地使用拇指**。
这是一种历史悠久的风格,其演奏风格独特,展现了中原省份的刚劲和力量。
河南 (Henan)
特点: 音色高亢嘹亮,风格粗犷而充满力量,强调右手指法力度 (Forceful fingering),以及宽广且多变的“摇指” (Yaozhi),给人一种开阔、直爽的感觉。
技巧:
使用**“大颤音技巧” (Big Vibrato):通过左手沉重而大幅度的颤动琴弦,产生强劲且极具特色的韵味**,常用于表达深邃和宏大的情感。
5. 浙江流派 (Zhejiang / 浙江 Zhèjiāng) / 《渔舟唱晚》 (Yú Zhōu Chàng Wǎn)
该流派位于吴林 (Wulin) 地区,即杭州的旧称。
浙江 (Zhejiang)
特点: 音色强调柔美、细腻,曲调优雅、宁静、清冷。
技巧:
“轮指”/“摇指” (Roll/Lun/Yaozhi/Tremolo) 技巧:复杂、持久且流畅 (受到琵琶的影响),以及独特的“快速指滑” (Glissando)。
浙江流派发展了从单指单音的摇指,到双音、三音或四音的复杂摇指,这是其亮点,使其能够更优美地改编和演绎传统乐曲。
古筝音乐的演变与流派
随着古筝艺术的发展,现代古筝的演奏风格日益多元化,并形成了各具特色的地域流派,其中陕西派(又称秦筝)便是杰出的代表。
陕西派 / 秦筝 (Qin / Shanxi Style)
陕西是古筝的发源地,古时称为“秦筝”。这一流派深受当地民间戏曲的影响,极具地方色彩。
风格特点: 音乐情感浓郁,展现了中国西北人民豪迈、慷慨、勤劳的性格特质。
演奏手法: 擅长模仿地方戏曲(如秦腔)的唱腔,节奏往往激昂有力,充满震撼人心的张力。
现代演奏技(Modern Style)
除传统流派外,现代古筝演奏还融合了西方音乐的元素:
双手配合: 突破了传统单一手的限制,采用左右手平衡开发的技法,双手均可演奏主旋律。
和声与速度: 这种“双手并重”的模式不仅丰富了和声效果,更使演奏者能够驾驭更加复杂且高难度的快速段落。
หลักสูตรที่เปิดสอนมีตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ระดับกลาง ไปจนถึงระดับสูง ทั้งในรูปแบบออนไซต์ (On- Site) และออนไลน์ (On-Line) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดนตรีกู่เจิงและต้องการเรียนกู่เจิงในทุกระดับและทุกภูมิภาค
การเรียนแบบตัวต่อตัว
การเรียนแบบกลุ่ม 2-3 คน
การเรียนออนไลน์แบบเดี่ยว และแบบกลุ่ม
ผู้สนใจเรียนกู่เจิงกับครูหลี่หยาง สามารถสอบถามได้ทางโทรศัพท์/อีเมล ..... 下面是中文
指尖演奏,沉醉于古筝优美音色的魅力
开设的课程包括从初级、中级到高级的各个级别,并提供线下 (On-Site) 和线上 (On-Line) 两种形式,以满足所有级别和所有地区古筝爱好者的学习需求。
一对一教学(面授)
2-3 人小班教学(面授)
线上个人课和线上团体课
有兴趣向李杨老师学习古筝的人士,可以通过电话/电子邮件进行咨询。